บล.พายให้กรอบ SET 1,650-1,680 จุด จับตารัสเซีย-ยูเครน ชู Domestic Play เด่น
Read Time:2 Minute, 56 Second

บล.พายให้กรอบ SET 1,650-1,680 จุด จับตารัสเซีย-ยูเครน ชู Domestic Play เด่น

0 0

บล.พาย (Pi) คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,650-1,680 จุด โดยมองว่าสถานการณ์ยูเครนและรัสเซียเป็นปัจจัยพิเศษที่ต้องจับตาต่อไป เพราะหากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น ความรุนแรงที่มากขึ้นอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับฐานได้

ทั้งนี้ วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับฐานลงราว 0.7% เนื่องจากตลาดยังคงกังวลกับสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนและรัสเซีย แม้ในช่วงเปิดตลาดจะฟื้นตัวได้บ้างหลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ระบุถึงความคืบหน้าในการเจรจากับยูเครนวาเจ้าหน้าที่รัสเซียรายงานว่า การเจรจาเริ่มมีสัญญาณบวกและการเจรจามีขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปหลายประเทศปิดบวกได้ และพบว่าสัญญาณของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2, 10 ปีชะลอตัวลงเพียงเล็กน้อย Vix Index ก็เช่นกัน ทองคำยังคงปรับฐาน และน้ำมันดิบ BRT ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 3.1% สัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่าในภาพรวมนักลงทุนยังดูไม่ได้วิตกมากนักกับสถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย เพราะไม่เช่นนั้นราคาทองคำคงปรับขึ้นและ Vix Index ปรับขึ้นเด่นเช่นกัน

ปัจจัยสัปดาห์นี้

1.ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 15-16 มี.ค.เป็นประเด็นที่นักลงทุนจะให้ความสำคัญเนื่องจากจะมีการเปิดเผยตัวเลขต่างๆ เช่น GDP เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยในระยะถัดไป อิงข้อมูลจาก CME FED WATCH คาดว่าในการประชุมครั้งนี้จะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% (95%) และอีก 5% มองว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดยความเห็นทั้งปี 65 คาดดอกเบี้ยปลายปีจะอยู่ที่ 1.75-2.00%

ทั้งนี้ เมื่อเกิดความไม่สงบยูเครน-รัสเซีย มีโอกาสที่เฟดจะผ่อนคลายและหากผ่อนคลายมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น หากผ่อนคลายกว่าที่ตลาดประเมินไว้มองกลุ่ม Growth Stock มีโอกาสกลับมาถูกเก็งกำไรได้ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ (KCE) อย่างไรก็ตาม หากดูทิศทางดอกเบี้ยเฟดยังเป็นลักษณะค่อยๆ ปรับขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น Value Play ยังเป็น Theme หลักในระยะกลาง

2.ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ในวันอังคาร Bloomberg คาดที่ 1%MoM เชื่อว่าตลาดอยากเห็นตัวเลขที่ไม่ร้อนแรงจนเกินไปนัก และ 3.ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ในวันพุธ Bloomberg คาดที่ 0.4%MoM ประเมินคล้ายกันคือตลาดคงไม่ต้องการตัวเลขที่ร้อนแรงจนเกินไป

กลยุทธ์การลงทุน

Domestic จะดูมีความน่าสนใจกว่าเมื่อพิจารณาทั้งผลกระทบจากยูเครนและรัสเซียที่จำกัด ประกอบกับเป็น Value Play ที่สถิติช่วงเฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดี เช่น ค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) ร้านอาหาร (M MINT) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB) แต่หากลงทุนระยะกลางแนะสะสมหุ้นที่มีน้ำมันเป็นต้นทุน เช่น (SCC SCGP TOA) มองว่าราคาปรับลงมาสะท้อนไปบางส่วนแล้ว

ICHI (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 13 บาท) คาดผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/65 และต่อเนื่องในไตรมาส 2/65 จากช่วงไฮซีซัน ปัจจุบัน ICHI ซื้อขายเพียง 20xPEปี 65 ซึ่งถูกกว่าค่าเฉลี่ยซื้อขายในรอบ 5 ปีและต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่ม

ADVANC (ซื้อ ฝ/ราคาเป้าหมาย 269 บาท) คาดรายได้กลุ่มลูกค้าองค์กรจะมีสัดส่วน 20% ของรายได้รวมภายในปี 68 ขณะที่ผู้บริหารเชื่อว่ากลุ่มนี้จะมีส่วนแบ่ง 20% ของรายได้รวมภายในปี 67 ต่างกันเล็กน้อยเพราะคาดว่าการแข่งขันจะสูงขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/stockmarket

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post บอร์ด AQUA ไฟเขียวแจกวอร์แรนท์ รับกำไรปี 64 พุ่งออลไทม์ไฮ
Next post บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ชู 3 หุ้นเด่นประจำสัปดาห์หน้า “HMPRO-JMT-MINT”